ถ้ำเรืองแสงสุดแปลกประหลาดนี้ มีชื่อว่า ถ้ำไวโทโม(Waitomo Caves) ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองที่ได้จากการรวมคำสองคำ คือคำว่า “wai” แปลว่า “น้ำ” และคำว่า “tomo” แปลว่า “หลุม บ่อ หรือ ถ้ำ” เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายว่า ถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน บริเวณทางตอนใต้ของเมือง Waikato ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1887 โดย Fred Mace ชาวอังกฤษ ภายใต้การนำทางของหัวหน้าชาวเผ่าเมารีพื้นเมือง หลังจากที่มีการค้นพบในครั้งแรกก็มีการบอกต่อกันถึงความงดงามภายในถ้ำ ที่มีความสวยงามราวกับดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน จนชื่อเสียงของถ้ำไวโทโมแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้ในปัจจุบันมีผู้คนหลั่งไหลมาเยือนอย่างมากมาย ถึงปีละ 4 แสนคนเลยทีเดียว
ถ้ำไวโตโมประกอบไปด้วย 3 ถ้ำหลักคือ Ruakuri Cave, Aranui Cave และ Gardner's Gut ทั้งหมดมีหินงอก หินย้อย และ หนอนเรืองแสง ที่งดงามหนอนเรืองแสงในถ้าไวโตโมได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคคนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมชมภายในถ้ำไวโตโมนี้เป็นที่เติบโตของหนอนเรืองแสง (Glowworm) ซึ่งประเทศนิวซีแลนด์จะมีถ้ำหนอนเรืองแสงอีกแห่งทางเกาะใต้ หนอนเรืองแสงที่เห็นนั้นเป็นระยะตัวอ่อนของแมลงสัตว์ปีกเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้ายยุงมีชื่อว่า Arachnocampa Luminosa ซึ่งจะ ปล่อยแสงออกมาจากตัวเพื่อล่อเหยื่อบินมาติดกับ หนอนเรืองแสงดูคล้ายกับแสงสะท้อนจากพุ่มไม้ หนอนเรืองแสงจะปล่อยเมือกเหนียว ๆ ลงมาเป็นสายจากเพดานถ้ำเป็นเส้น ๆ ดูคล้ายกลุ่มของเส้นใยไหมที่ละเอียดพวกมันจะวางโครงข่ายท่อบนเพดานถ้ำเพื่อเป็นทางสำหรับเคลื่อนที่ไปมาต่อมาพวกมันจะหย่อนเบ็ด ที่มีลักษณะคล้ายเส้นไหม ที่มีตุ่มน้ำเหนียวๆ ที่มีความยาวตั้งแต่ 1 - 50 เซนติเมตรลงมากกว่า 70 เส้นเมื่อ กับดักเสร็จสิ้น พวกมันจะรอให้เหยื่อที่หลงเข้ามาเล่นไฟ ที่เรืองแสงออกมาจากตัวของพวกมันเมื่อเหยื่อหลงเข้ามาก็จะติดกับเบ็ดที่ห้อยเอาไว้ ยิ่งดิ้นก็ยิ่งติดแน่นเข้า หนอนเรืองแสงจะเคลื่อนตัวไปตามโครงข่ายท่อที่วางไว้ ไปยังท่อของสายเบ็ดแล้ว โผล่ออกมาลากเหยื่อกับเข้าไปในท่อ เพื่อสังหาร และกินเป็นอาหาร